
โปรดคลิกที่นี่เพื่ออ่าน "ความจริงสูงสุด 4 ประการของสุขภาพจิตวิญญาณ"
ก่อนที่ท่านจะอ่านบทสัมภาษณ์จากแขกรับเชิญของเรา เพื่อเพิ่มความเข้าใจในเรื่องนี้
ขอให้เล่าเพื่อให้เรารู้จักของคุณต้นเพิ่มขึ้นค่ะ
สวัสดีครับ ผมชื่อ ธีรยสถ์ นิมมานนท์ หรือเรียกสั้นๆ ว่า ต้น ครับ
ปกติผมเป็นคนอารมณ์ดี ร่าเริง และเข้ากับผู้อื่นได้ง่าย ผมจึงต้องการนำข้อดีเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้กับสิ่งที่ผมรัก เพื่อทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สังคม
นั่นคือหนึ่งในเหตุผลหลักที่ผมทำงานเป็นอาจารย์สอนวิชาพยาธิวิทยา ให้แก่นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 3 ที่วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้าครับ
ทุกสิ่งได้ผสมผสานกันอย่างลงตัว ผมได้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่บรรดาศิษย์อย่างสนุกสนาน ขณะเดียวกัน ผมก็สามารถช่วยเหลือพวกเขาในเรื่องอื่นๆ ได้ เช่น การให้คำแนะนำ การให้กำลังใจ หรือการสร้างแรงบันดาลใจ เป็นต้น
โดยทั่วไปในวันว่าง ผมชอบนั่งเล่น ทำงาน หรืออ่านบทความต่างๆ ในร้านกาแฟที่มีบรรยากาศดีๆ ครับ
คิดเห็นอย่างไรกับการดูแลสุขภาพทุกด้าน คือ สุขภาพกาย จิต สังคมและจิตวิญญาณ ไปพร้อมๆกันคะ?
ในฐานะแพทย์ ผมได้ศึกษาเกี่ยวกับสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจ รวมไปถึงโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ มากมายทีเดียวครับ ผมจึงมองเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพทั้งสองด้าน เพราะการป้องกันไม่ให้เกิดโรค ย่อมดีกว่าการปล่อยให้เกิดโรค แล้วค่อยมารักษาในภายหลังครับ
อย่างไรก็ตาม จากมุมมองของพระคริสตธรรมคัมภีร์ มนุษย์ไม่ได้มีเพียงร่างกายและจิตใจเท่านั้น แต่ยังมีวิญญาณด้วย (1 เธสะโลนิกา 5:23) (2โครินธ์ 4:18)
วิญญาณเป็นส่วนประกอบของมนุษย์ที่มองไม่เห็น แม้กระทั่งวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถอธิบายได้ แต่วิญญาณก็มีอยู่จริง ซึ่งเราใช้วิญญาณของเราในการติดต่อพูดคุยกับพระเจ้าผู้ทรงสร้างเรา
ส่วนประกอบของมนุษย์ทั้งสามด้าน คือ ร่างกาย จิตใจ และวิญญาณนั้น มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ถ้าส่วนใดส่วนหนึ่งมีสุขภาพที่เสื่อมโทรม ก็จะส่งผลกระทบต่อส่วนอื่นๆ ด้วย เช่น ถ้าวิญญาณของเราไม่ใกล้ชิดกับพระเจ้า เราก็จะมีจิตใจที่ห่อเหี่ยว และร่างกายที่อ่อนแอ หรือถ้าจิตใจของเราทุกข์ระทม เราก็จะมีร่างกายที่ทรุดโทรม และอาจส่งผลให้เราไม่ต้องการนมัสการพระเจ้าได้ ดังนั้น เราจึงไม่ควรละเลยด้านใดด้านหนึ่ง แต่เราควรเอาใจใส่ทั้งสามด้านครับ
ชีวิตของเรา คือ ของขวัญจากพระเจ้า และพระองค์ทรงมอบหมายให้เราดูแลของขวัญชิ้นนี้ เราจึงมีหน้าที่ดูแลชีวิตของเรา ทั้งด้านวิญญาณ จิตใจ และร่างกาย เพื่อที่ชีวิตของเราจะสามารถเป็นพรแก่ผู้อื่นได้
พระเจ้าทรงมีสามพระบุคคล และมีความสัมพันธ์กันอย่างสนิทสนม พระองค์ยังได้ทรงสร้างมนุษย์ตามพระฉายของพระองค์ เพื่อให้มนุษย์มาอยู่ร่วมกันเป็นชุมชน ซึ่งกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การมีสุขภาพด้านสังคมที่สมบูรณ์แบบนั้น คือ พระบัญญัติสองประการที่พระองค์ได้ประทานแก่เราว่า ให้เรารักพระเจ้า และรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเองครับ

มารู้จักพระเยซูคริสต์เป็นส่วนตัวได้อย่างไร? ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร?
ก่อนที่ผมจะรู้จักพระเจ้า ผมเคยเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรมครับ ผมจึงกังวลว่า อนาคตชีวิตจะเป็นอย่างไร และกลัวว่า
ชาติหน้าจะเกิดมาเป็นอะไร ในแต่ละวันผมจึงพยายามทำความดีอย่างเต็มที่ครับ อย่างไรก็ตาม ความตั้งใจที่จะทำความดีและละเว้นความชั่ว ดูเหมือนจะล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนผมรู้สึกสิ้นหวัง
ในที่สุด ผมจึงค่อยๆ เปิดใจให้กับคำสอนจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ ซึ่งได้สอนความจริงแก่ผมว่า พระเจ้าทรงมีอยู่จริง พระองค์ทรงควบคุมชะตากรรมของเราไว้ แต่เนื่องจากบาปของมนุษย์ ซึ่งรวมไปถึงใจที่เต็มไปด้วยกิเลสตัณหา มนุษย์จึงไม่สามารถมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าได้
วันหนึ่งจะมีการพิพากษา ทุกคนจะต้องถูกตัดสินอย่างยุติธรรม และโทษของบาป คือ ความตายนิรันดร์ อย่างไรก็ตาม เพราะพระเจ้าทรงรักมนุษย์อย่างมากมาย พระองค์จึงได้ประทานพระเยซูคริสต์ เพื่อให้สิ้นพระชนม์และรับโทษบาปแทนมนุษย์ทั้งหลาย ทุกคนที่ได้เชื่อศรัทธาในพระเยซูคริสต์จะสามารถรอดหลุดพ้นจากบาปได้ อีกทั้งยังได้รับชีวิตใหม่ คือ ชีวิตนิรันดร์ที่มีความสนิทสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าตลอดไป
ผมเคยเชื่อว่าไม่มีพระเจ้า ผมจึงต้องการพิสูจน์ว่า พระเจ้าทรงมีอยู่จริง ช่วงเวลานั้นผมกำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ผมจึงลองอธิษฐานให้พระองค์ทรงช่วยผมในเรื่องการสอบ และพระองค์ก็ทรงตอบคำอธิษฐานของผมอย่างอัศจรรย์ เหตุการณ์ครั้งนั้นได้ทำให้ผมยอมจำนนต่อพระเยซูคริสต์ ผมจึงมอบถวายชีวิตทั้งหมดของผมแด่พระองค์ครับ
เมื่อผมได้มาเป็นของลูกของพระเจ้าแล้ว ผมได้สัมผัสกับสันติสุขที่วิเศษมากครับ ผมไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับอนาคต และไม่ต้องกลัวความตายอีกต่อไป
แม้ในบางครั้งชีวิตของผมจะเผชิญกับปัญหาต่างๆ ก็ตาม แต่ผมก็วางใจ และยิ้มได้ในทุกสถานการณ์ เพราะผมมั่นใจเสมอว่า พระเจ้าทรงรักผม ทรงมีแผนการที่ดี และทรงจัดเตรียมสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผมครับ

มิตรภาพกับพระเยซูคริสต์ส่งผลต่อความสัมพันธ์ของเรากับผู้อื่นอย่างไรบ้าง?
ถ้าเราอยู่ใกล้ผู้ใด เราก็จะเป็นเหมือนผู้นั้นครับ ด้วยเหตุนี้ ถ้าในแต่ละวันเราอยู่ใกล้พระเยซูคริสต์ และมีมิตรภาพที่ดีกับพระองค์ เราก็จะมีชีวิตที่เหมือนพระองค์มากขึ้นทุกวัน อันเป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยความรัก ความชื่นชมยินดี สันติสุข ความอดทน ความปรานี ความดี ความสัตย์ซื่อ ความสุภาพอ่อนโยน และการควบคุมตนเอง (กาลาเทีย 5:22-23) ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่นอย่างแน่นอนครับ

ให้ฝากอะไรกับคนที่กำลังเผชิญวิกฤตคะ
ไม่ว่าท่านกำลังเผชิญกับปัญหาในเรื่องใดอยู่ ขอให้ท่านมาหาพระเยซูคริสต์ด้วยความวางใจ เพราะพระองค์ทรงกระทำทุกสิ่งได้ และเข้าพระทัยคุณเสมอในทุกสถานการณ์
พระเยซูคริสต์ทรงเป็นยิ่งกว่าผู้พิชิต พระองค์จึงทรงช่วยนำเราให้ผ่านพ้นทุกวิกฤตได้ แม้บางครั้งความช่วยเหลือของพระองค์อาจไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหวังไว้ แต่แผนการของพระองค์นั้นดีเลิศกว่าแผนการของเราเสมอ
ในทุกๆ สิ่งพระเจ้าทรงทำให้เกิดผลดีแก่บรรดาผู้ที่รักพระองค์ (โรม 8:28) นั่นหมายความว่า พระองค์ทรงสามารถอวยพรเราผ่านทางทุกปัญหาของเราได้ครับ
ผมจะคอยอธิษฐานเผื่อ และเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่กำลังฟันฝ่าวิกฤตชีวิตอยู่ สู้ๆ นะครับ ^^
เพลงโปรดของคุณต้นและข้อพระคัมภีร์ประจำใจ
ข้อพระคัมภีร์ประจำใจของผม คือ (1 เธสะโลนิกา 5:16-18)
“จงชื่นชมยินดีอยู่เสมอ จงอธิษฐานอยู่เสมอ จงขอบพระคุณในทุกสถานการณ์ เพราะนี่คือพระประสงค์ของพระเจ้าสำหรับท่านทั้งหลายในพระเยซูคริสต์”
เพลงที่ผมชื่นชอบ คือ เพลงสรรเสริญแด่พระเจ้า (To God Be the Glory)
คุณต้นเป็นแอดมินของเพจ "ข้อคิดหนุนใจ อยากให้คนไทยได้อ่าน"
คลิกติดตามได้ที่นี่ https://www.facebook.com/thaiencouragement
"คลิกที่นี่" ท่านได้อะไรจาก เรื่องที่อ่าน? ตอบคำถาม 1 นาที ขอบคุณค่ะ
ส่งข้อความหาแอดมินได้ที่ลิงค์นี้ https://www.facebook.com/HealthiestMeThailand
